ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เจ้ายุทธจักรธุรกิจพัฒนาที่ดิน นาม ช.อมรพันธุ์ ผู้สร้างอาณาจักร สวนสยาม อันลือชื่อของไทยและเอเชีย คุณไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เป็นนักธุรกิจรุ่นลายครามคนหนึ่งของเมืองไทย ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านการต่อสู้ในชีวิตมาอย่างโชกโชน ท่านบุกเบิกธุรกิจการพัฒนาที่ดิน นาม ช.อมรพันธ์ กระทั่งประสบความสำเร็จกลายเป็นหนึ่ง ในเจ้ายุทธจักรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย

นอกจากนั้น ท่านยังเป็นผู้สรรค์สร้างอาณาจักรสวนสนุกที่ได้มาตรฐานแห่งที่สองของไทยนาม "สวนสยาม" กระทั่งกลายเป็นสวนสนุก ที่เชิดหน้าชูตาอันดับหนึ่งของประเทศไทย และยังเติบใหญ่จนมีชื่อระบือไกลไปยังนานาประเทศ โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยว เข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน

  • เมื่อผมเป็นเด็ก ผมต้องผ่านการต่อสู้ทุกรูปแบบ ต้องลำบากยากเข็ญอย่างสาหัสสากรรจ์ ต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนัก เมื่อเรียนจบชั้น ป.4 ผมอายุประมาณ 12 – 13 ขวบ ผมก็เริ่มทำงานเป็นเด็กรับจ้างที่ทำหน้าที่สารพัดในร้ายขายก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านบางเขน อยู่ไม่นาน ก็ต้องหันเหชีวิตตามคำชักชวนของเพื่อน คือไปเป็นกระเป๋ารถเมล์ ทำได้พักหนึ่ง ผมก็ย้อนกลับมาเป็นผู้ช่วยงานร้านขายของชำของพ่อแม่อีก... ผมช่วยที่บ้านซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่สี่แยกมหานาค ที่เป็นตลาดกลาง ที่มีของขายส่งสารพัดชนิด โดยเริ่มต้นซื้อมาขายไปในช่วงเช้าของทุกวัน คุณพ่อและผมช่วยกันพายเรือไปซื้อของเข้าร้าน ต่อมามีเพื่อนมาชวนไปเป็นกระเป๋ารถเมล์อีก คราวนี้ เป็นกระเป๋ารถโดยสารที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ – อุดรธานี ชีวิตผมช่วงนี้ต้องระเหเร่ร่อน ต้องคลุกฝุ่นแทบทั้งวันโดยไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ด้วยใจสู้จึงไม่ท้อถอยต่อความยากลำบาก แม้ถนนหนทางจะแสนทุรกันดาร ทั้งระยะเวลาในการเดินทางก็ยาวนานและไกลแสนไกล แต่ผมก็อดทนเป็นกระเป๋ารถเมล์อยู่นานพอสมควรทีเดียว

  • ผมเกิดในตระกูลเหลืองอมรเลิศรุ่นที่ 2 เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นลูกคนที่สาม ในจำนวน 8 คน เกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2481 ที่บ้านทุ่งเขน กรุงเทพฯ บิดาชื่อย่งเจ็ง แซ่อึ๊ง มารดาชื่อไน้ ทั้งสองต่างเป็นชาวจีนที่โพ้นทะเลที่อพยพมาทำมาหากินที่เมืองไทย เช่นเดียวกับคนจีนอื่นๆ นามสกุลผมแปลว่าเหลือง หรือสีทองของภาษาจีน ออกเสียงหลายสำเนียง เช่น หวง หวัง หว่าง ว่อง อุย อุ่ย อึง อึ่ง อึ๊ง และหว่อง ต่อมาผมจึงได้เปลี่ยนชื่อสกุล (แซ่) ของตนมาใช้ว่า เหลืองอมรเลิศ ที่มีความหมายว่า สีเหลืองที่อมตะและเป็นเลิศ หรือสีเหลืองที่เป็นเลิศนิรันดร เมื่อยังเด็กผมอยู่กับพ่อแม่ที่มีอาชีพค้าขายประเภทของกินของใช้ ที่เรียกกันในยุคนั้นว่าร้านขายของชำหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า "ร้านโชห่วย" หมายถึงการจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นสินค้าชนิดใด ร้านของพ่อผมชื่อ "ร้านอึ๊งย่งเจ็ง" ตั้งอยู่ใกล้ๆ ริมคลองตลาดบางบัว ย่านบางเขน กรุงเทพฯ ร้านค้าไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก และรายได้จากการขายก็ไม่มากมาย
  • "ผมเกิดในตระกูลเหลืองอมรเลิศ รุ่นที่ 2 เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นลูกคนที่สาม ในจำนวน 8 คน เกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2481 ที่บ้านทุ่งบางเขน กรุงเทพฯ บิดาชื่อย่งเจ็ง แซ่อึ๊ง มารดาชื่อไน้ ทั้งสองต่างเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาทำมาหากินที่เมืองไทย เช่นเดียวกับคนจีนอื่นๆ นามสกุลผมแปลว่าเหลือง หรือสีทองซึ่งภาษาจีนออกเสียงหลายสำเนียง เช่น หวง หวัง หว่าง ว่อง อุย อุ่ย อึง อึ่ง อึ๊ง และหว่อง ต่อมาผมจึงได้เปลี่ยนชื่อสกุล (แซ่) ของตนมาใช้ว่า เหลืองอมรเลิศ ที่มีความหมายว่า สีเหลืองที่อมตะและเป็นเลิศ หรือสีเหลืองที่เป็นเลิศนิรันดร" "เมื่อยังเด็กผมอยู่กับพ่อแม่ที่มีอาชีพค้าขายประเภทของกินของใช้ ที่เรียกกันในยุคนั้นว่าร้านขายของชำหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า ร้านโชวห่วย หมายถึงการจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดทั่วไป ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นสินค้าชนิดใด ร้านของพ่อผมคือชื่อ "ร้านอึ๊งย่งเจ็ง" ตั้งอยู่ใกล้ๆ ริมคลอง ตลาดบางบัว ย่านบางเขน กรุงเทพฯ ร้านค้าไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก และรายได้จากการค้าขายก็ไม่มากมาย"

  • "ในช่วงที่ผมกำลังเบื่ออาชีพรับจ้างส่งของและอาชีพพ่อค้าเร่นั้น ผมได้พบกับอาจารย์ที่สอนประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ผมหันเหชีวิตสู่อาชีพเพาะพันธุ์ปลาขาย เพราะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ผมไม่มีความรู้เรื่องเพาะพันธุ์ปลามาก่อนเลย แต่ผมไม่ลังเลรีรอเลย เริ่มทดลองเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด เช่น ปลาดุก ปลาใน ปลาสลิด ปลาเฉาฮื้อ และซ้งฮื้อ โดยใช้คลองบางบัวนั่นเองเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง ยามนั้นคลองแห่งนี้ยังไม่มีมลภาวะ น้ำสะอาด ใช้เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลาได้ดี อาหารปลา ผมก็ว่าจ้างเด็กช้อนไรน้ำเพื่อใช้เลี้ยงปลา ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ผมจึงสามารถขายได้กำไรดี เพราะว่าช่วงนั้นเมืองไทยยังไม่มีใครคิดเพาะพันธุ์ปลาขายมาก่อน เมื่อผมขายดี เริ่มมีชื่อเสียง ก็ตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสำนักงานอมรพันธุ์ เพื่อจำหน่ายพันธุ์ปลาไปขายยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ จนผมมีรายได้พอกพูนอย่างรวดเร็ว...คำว่าอมรพันธุ์ นี้พระตั้งให้ แปลว่า พันธุ์ที่ไม่ตาย อมรแปลว่าไม่ตาย ส่วนพันธุ์คือการเพาะขยายพันธุ์ ชื่อนี้ผมถือว่า"
  • "ผมทำธุรกิจเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลา จนมีชื่อเสียง แต่ประมาณปี 2512 ผมก็ตัดสินใจวางมือกับอาชีพค้าขายสิ่งมีชีวิต และมอบพันธุ์ปลาที่เหลืออยู่ให้แก่ทางราชการทั้งหมด เพื่อนำไปปล่อยที่วัดเบญจมบพิตร ขณะเดียวกัน ก็นำพันธุ์ปลาส่วนหนึ่งไปแจกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในหลายตำบลและหมู่บ้าน จนเป็นที่ฮือฮาและเล่าขานกันในยุคนั้น หลังจากนั้น ผมก็หันไปทำธุรกิจพัฒนาที่ดิน เพราะเห็นว่าธุรกิจที่ดินน่าจะมีอนาคตที่ดีกว่า เศรษฐีทั้งหลายก็ล้วนแต่มีที่ดินสะสมไว้... ช่วงนั้น บ้านจัดสรรยังไม่เกิด ยังไม่มีการสร้างบ้านที่พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที แต่มีการจัดสรรที่ดินเปล่าขายบ้างแล้ว โดยแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยและไม่มีการจัดระบบสาธารณูปโภคให้ ส่วนบ้านนั้น ผู้ผ่อนซื้อที่ดินจะต้องปลูกเอง และขอน้ำไฟกันเอง การผ่อนชำระค่างวดที่ดินก็คงยังต้องผ่อนกับเจ้าของที่ดินเป็นหลัก... นักจัดสรรที่ดินช่วงนั้น ที่ผมรู้จัก เช่น อาจารย์สุนทร เปรมฤทัย คุณอนันต์ สุขสันต์ คุณอาทร สังขะวัฒนะ คุณวิเชียร กลิ่นสุคนธ์ คุณโชคชัย ปัญจทรัพย์ เป็นต้น"

  • "เมื่อโครงการบ้านจัดสรร 2 โครงการแรก ประสบผลสำเร็จ ผมก็จัดตั้งบริษัท ช. อมรพันธุ์ จำกัดขึ้นมา และขยายการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่อมาอีกหลายโครงการในย่านวิภาวดี โดยตั้งชื่อโครงการว่า อมรพันธุ์ 2 เธียรสวน 3 อมรพันธุ์ 4 พอมาถึง อมรพันธุ์ 5 ซึ่งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แถวพหลโยธิน บางเขน ผมก็บุกเบิกสร้างชุมชนเขตชานเมืองที่สมบูรณ์และครบวงจรมากขึ้น โดยการสร้างศูนย์การค้าเล็กๆ มีอาคารพาณิชย์ ตลาดสด และโรงหนัง อยู่ในที่เดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อาศัยในบริเวณนั้น โครงการที่ 13 ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสุดท้ายของผม วิธีการโฆษณาขายบ้านในยุคนั้น ใช้วิธีการง่ายๆ ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เริ่มต้นด้วยการขึ้นคัตเอาต์ พิมพ์โบรชัวร์ ส่วนการโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือผ่านสื่อมวลชน ยุคนั้นยังไม่ได้กระทำ อาศัยปากต่อปากมากกว่า การตลาดที่ดีที่สุด และสำคัญสำหรับผมในขณะนั้นก็คือ หนึ่ง ยามรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน สอง พระพรหมสำหรับเป็นที่พึ่งทางใจ ซึ่งกระทั่งทุกวันนี้ เกือบทุกหมู่บ้านก็มีพระพรหมกันหมด ผมเป็นคนแรกที่ริเริ่มให้มีการตั้งพระพรหมในหมู่บ้าน"

  • "เนื่องจากการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินทุนมาก ผมจึงจัดตั้งบริษัท ไฟแนนซ์เชียล ทรัสต์ จำกัด ขึ้นมา เพื่อมุ่งระดมทุนให้ได้มากขึ้น และได้เชิญคุณบำเพ็ญ เมธารมณ์ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขามีนบุรี มาเป็นผู้จัดการบริษัท นอกจากนี้ ผมยังได้จัดตั้ง บริษัท เครดิต ฟองซิเอร์ ซ.อมรพันธุ์ ด้วยการผ่อนส่งระยะยาว 5-10 ปี ซึ่งช่วยทำให้ลูกค้าสามารถมีกำลังซื้อบ้านได้มากขึ้น โดยการทำธุรกิจ เครดิตฟองซิเอร์นี้ ผมได้เห็นตัวอย่างจากการไปศึกษาดูงานที่ประเทศฝรั่งเศส ที่บริษัทเครดิตฟองซิเอร์หลายแห่งทำหน้าที่ปล่อยกู้แก่ผู้ซื้อบ้านทั้งบ้านเก่า บ้านใหม่ เป็นธนาคารท้องถิ่นที่ช่วยให้การซื้อบ้าน คล่องตัวขึ้นมาก... ประมาณ พ.ศ.2525 ผมได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมผู้ประกอบกิจการเครดิตฟองซิเอร์คนแรก"

  • คุณไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เป็นนักธุรกิจรุ่นลายครามคนหนึ่งของเมืองไทยผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว และผ่านการต่อสู้ในชีวิตมาอย่างโชกโชน ท่านบุกเบิกธุรกิจการพัฒนาที่ดิน นาม ช.อมรพันธุ์ กระทั้งประสบความสำเร็จกลายเป็นหนึ่งในเจ้ายุทธจักรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย นอกจากนั้น ท่านยังเป็นผู้สรรค์สร้างอาณาจักรสวนสนุกที่ได้มาตรฐานแห่งที่สองของไทยนาม สวนสยาม กระทั้งกลายเป็นสวนสนุกที่เชิตหน้าชูตาอันดับหนึ่งของประเทศไทยและยังเติบใหญ่จนมีชื่อระบือไกลไปยังนานาประเทศ โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน